7_z_DragoN View my profile

คู่รักข้างบ้าน 4

posted on 14 May 2013 19:26 by kuro-hozu in Ymeet

เอารูปนี้มาลงเพราะคู่นี้ก็ประมาณในรูปอ่ะ 

แต่เอสไม่ได้ใส่แว่น แล้วพีก็ผมสั้นกว่านี้หน่อยอ่ะนะครับ

คู่รักข้างบ้าน..4

มีคนมาบ่นกับผมว่า ตามอ่านในทวิตลำบาก เลยเอามาลงให้ในนี้แทน คงจะถูกใจนะครับ


ผมจำไม่ได้แล้วว่าเล่าถึงไหน แต่จะเล่าสิ่งที่ผมเก็บไว้เพื่อย้ำเตือนจิตใจจนถึงตอนนี้ ให้หลายคนที่ยังอยากฟัง จงชั่งใจ ..

หลังจากมากลับถึงบ้านเก็บของเสร็จ ผมก็เดินไปหาพีที่นั่งรออยู่ที่หน้าบ้านเช่าของเขาเอง เขายื่นแก้วที่มีน้ำเย็นๆอยู่เต็มแก้วให้ผม...ผมรู้ว่าคราวนี้ต้องคุยกันยาวแหง๋ๆ เลยได้แต่รับมาดื่มแล้วก็นั่งฟัง..

พี "..พี่คิดว่าผมควรหยุดดีไหมครับ" ผมงง"หยุดอะไร" พีสีหน้าสลดลง "ผมหมายถึงเรื่อง..ผมกับเอส" สีหน้าพีดูเศร้ามากทั้งๆที่ปกติผมเห็นเขาเป็นคนที่เฮฮาบ้าบอตลอด

"..ทำไมนายถึงคิดงั้นล่ะ" ผมถามเพราะไม่รู้ว่าระหว่างพวกเขาเกิดอะไรขึ้น..

"ผม..คิดว่าเขา..คงไม่อยากอยู่กับผมแล้วล่ะครับ" พีพูดไปก็กำมือตัวเองแน่นเหมือนพยายามข่มอารมณ์ตัวเองไว้

"พี่ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นนะ..ใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ เล่าให้พี่ฟังได้ไหม..พี่ไม่อยากให้นายรีบตัดสินใจอะไรเร็วไปนะ" ผมพยายามพูดให้พีอ่อนลง

"ครับ.." พีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วก็เริ่มเล่า..

"ช่วง1อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เอสกลับบ้านสายตลอด และออกจากบ้านแต่เช้าโดยไม่รอผม..เขาไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลย..ผมโทรหาก็ไม่รับ พอกลับมาก็นอนทันที..แทบไม่คุยกับผมเลย..พอผมถามก็พูดแค่ว่าไม่มีอะไร..เมื่อวานมือถือเขาดัง ผมจะรับให้ แต่เขาก็รีบมาแย่งออกจากมือผมไป แล้วเลี่ยงไปคุยที่อื่น พอผมถามก็บอกแต่ว่าเรื่องงาน..เรื่องงานนั้นมันคงจะดีมากสินะครับ..เขาถึงคุยไปยิ้มไปไม่หยุด...รอยยิ้มที่แทบไม่มีให้ผมเลย ตลอด 7 วันที่ผ่านมา..เมื่อเช้าพอผมบอกว่าจะไปส่งเขาที่มอ เขากลับบอกว่าเดี๋ยวเพื่อนมารับ..เพื่อนที่ผม ไม่เคยรู้จัก..รอยยิ้มเขามีให้ เพื่อน คนนั้น..แต่ไม่มีให้ผม.." พีกำมือแน่นจนเกร็งไปทั้งแขน ผมได้แต่นั่งมองเขาแต่ไม่รู้จะพูดอะไร เพราะดูเหมือนสิ่งที่เขาอัดอั้นมันยังไม่หมดแค่นี้ พีคลายมือออกคุมอารมณ์แล้วเริ่มพูดต่อ

"ผมไม่ได้นอนมา 3 วันแล้ว ผมหลับไม่ลงจริงๆ..เมื่อเป็นแบบนี้ มันแสดงว่าผมไม่ควรอยู่ตรงนี้แล้วใช่ไหมครับ..ในเมื่อผมไม่มีค่าในสายตาเขาอีกแล้ว" น้ำใสไหลออกจากตาคนตรงหน้าจนผมตกใจ

"พี!" พีฟลุบลงกับโต๊ะ ผมทำไรไม่ถูกจึงได้เพียงแค่ตบบ่าเขาเบาๆ เป็นการปลอบ

"อย่าคิดมากนะ มันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้" พีเงยหน้าขึ้นมาเอามือปาดน้ำตาทิ้งลวกๆ

"แล้วมันจะเป็นแบบไหนได้ล่ะครับ" ผมเกาหัว

"พี่ก็ไม่รู้ 55 แต่พี่ว่าเราอย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจดีกว่านะ ลองคุยกันให้รู้เรื่องก่อน แล้วค่อยตัดสินใจดีกว่า" ..

"แต่เขาไม่คิดจะคุยกับผมเลยนะครับ จะให้ผมคุยยังไงล่ะครับ" พีหน้าสลด

"พี่มีแผน!"ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ พีทำท่าอยากรู้ทันที

"แผนไรครับพี่" แล้วผมก็พูดแผนของผมให้พีฟัง...

นั่งคุยกันอีกสักพัก เอสก็กลับมาเร็วกว่าที่เราคาด แต่ถึงไงก็ไม่ทำให้เราเสียแผน กลับทำให้เราได้ทำตามแผนเร็วขึ้น 55+ ..เอสเดินเข้าบ้านมาแบบสงสัยที่เห็นพีคุยกะคนอื่น(ผม)ที่เขาไม่รู้จักอย่างออกรสแถมไม่รู้ตัว(?)ด้วยซ้ำว่าเขาเดินเข้าประตูรั้วบ้านเข้ามาแล้ว จนเอสเดินมายืนใกล้ๆโต๊ะที่ผมนั่งคุยกันอยู่..

เอส"เอสกลับมาแล้วนะ"

"อืม" พีแค่ผงกหัวรับรู้ แล้ว(ทำเป็น)หันมาคุยกับผมต่อ(เราคุยกันเรื่องบอล ดีทีผมกับพีชอบทีมเดียวกันเลยคุยกันได้เรื่อยๆ จนบางทีก็ดูออกรสไปด้วยซ้ำ เอสหันมามองหน้าผมอย่างสงสัย แต่ผมก็ทำเป็นไม่สนใจ(ขอโทษนะ) 55+ เอสเลยต้องเดินเข้าบ้านด้วยความสงสัย

 ผมกับพี่ยังคง(ทำเป็น)นั่งคุยกันต่อไปอย่างออกรสออกชาด(55) สักพักเมื่อผมเห็นเอสเปลี่ยนเสื้อผ้าและเดินลงมาบ้านชั้นล่างแล้วผมก็หันไปพยักหน้าให้พี(พีนั่งหันข้างเข้าหน้าบ้าน ส่วนผมหันหน้าเข้าไปในตัวบ้าน)

ผมลุกขึ้นเดินไปรอพีหน้ารั้ว พีเดินเข้าไปเอากระเป๋าตังค์แล้วเดินออกมาโดยไม่หันไปมองและไม่พูดอะไรกับเอส แล้วก็เดินมาหาผมที่ยืนรออยู่ เอสเดินตามพีมาห่างๆ ด้วยท่าทางสงสัยแต่เหมือนเขายังไม่กล้าถามเมื่อเห็นว่าพีเงียบ เมื่อพีเดินมาหาผมผมบอกพีว่าเดี๋ยวแวะบ้านผมก่อน ไปเอาร่มเผื่อฝนตก พีพยักหน้า ผมกับพีกำลังจะเดินพ้นหน้าบ้านของเขา

เอสก็วิ่งมาอยู่ที่รั้วบ้านแล้วตะโกนถามพี “จะไปไหนกันหรอ”

พีหันมามองผมแว๊บนึง ผมพยักหน้า พีจึงตอบเอสไปด้วยเสียงที่พยายามให้นิ่งที่สุดและไม่หันไปมองหน้าเอส “...ไม่มีอะไรหรอก”

แล้วผมกับพีก็เดินมาที่บ้านผมปล่อยให้เอสยืนงงทำอะไรไม่ถูกอยู่หน้าบ้านตัวเอง..

ผมแวะเข้าไปหยิบร่มในบ้านแล้วเดินออกมาหาพีที่ยืนรออยู่ด้านนอก สีหน้าเขาดูแย่ลงไปอีก

“นายไม่เป็นไรนะ” เมื่อเริ่มเดินออกมาที่ปากซอยผมถึงเอ่ยปากถามพี

“แบบนี้มันดีหรอครับพี่..” คิ้วพีแทบจะพันกันอยู่บนหน้าเขา

“เอาน่า..เราก็แค่ ‘ทำแบบเดียวกับเขา’ ถ้าเขาเปลี่ยนไปจริงๆ เขาต้องไม่สนใจนาย ไม่ว่านายจะทำอะไร หรือกับใคร...แต่พี่ว่านะ แค่เมื่อกี้ก็น่าจะรู้แล้วล่ะ ...แต่ว่า ถ้าอยากให้ชัวร์ ต้องเล่นกันแรงหน่อย 55+”

ผมพูดแล้วตบบ่าเขา พีพยักหน้ารับ เราเดินมาจนถึงเซเว่นแถวหน้าปากซอย แล้วก็เข้าไปหาอะไรเล็กๆน้อยๆกิน แต่จุดประสงค์จริงๆคือ การฆ่าเวลา...

ผมกับพีเดินอยู่ในเซเว่นเกือบชั่วโมงจนพนักงานมองหน้าพวกผมแปลกๆ พวกเราเลยซื้อขนมนิดน้ำอัดลมหน่อยแล้วก็เดินหาที่ฆ่าเวลาที่ต่อไป...

ร้านหนังเป็นที่ฆ่าเวลาที่ดี แต่ก็ไกลจากเซเว่นมากโข แถมยังต้องข้ามสะพายลอยไปอีกฝั่งถนน แต่ไหนๆ เราก็มาเพื่อฆ่าเวลานี่นะ จะเป็นไรไป 55+ อยู่ร้านหนังกันอีกชั่วโมงกว่าแล้วก็ได้หนังกันมาคนละเรื่อง ไม่เช่าเดี๋ยวพนักงานด่า 55+

พอออกมาจากร้านหนังเท่านั้นแหละ ฝนเจ้ากรรมก็เริ่มโปรยลงมา แล้วเสียงมือถือพีก็ดังขึ้น พีหยิบมือถือขึ้นมา ชื่อเป้าหมายเราปรากฏอยู่ที่หน้าจอ เขาหันหน้ามาเป็นเชิงถามว่าจะรับดีไหม ผมพยักหน้า เราเดินเข้ามาใต้หลังคาร้านขายของใกล้ๆ เพื่อหลบฝนที่มีที่ท่าว่าจะตกแรงขึ้น พีกดรับโทรศัพท์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ

“(พีอยู่ไหนหรอ)อยู่ตลาด..(จะกลับตอนไหน)ไม่รู้..(ฝนตกแล้ว ไม่เป็นไรหรอ)มีร่มอยู่...(อืม..)ถ้าไม่มีอะไรแล้ว แค่นี้นะ” วางโทรศัพท์แล้วก็หันมามองหน้าผม ผมได้แต่ยิ้มให้กำลังใจเขา ในแผนเราคือพีต้องนิ่งมากๆ และทำเป็นไม่สนใจ มันอาจดูเหมือนง่ายนะครับ แต่ผมรู้ว่าพีฝืนใจทำมาก เพราะสายตาพีตอนนี้นั้นดูเศร้าเหลือเกิน..

ผมกับพีต่างคนต่างยินกันอยู่เงียบๆ กันอยู่สักพัก ฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตกง่ายๆ

“พี่ว่า เราคงต้องกางร่มเดินกลับแล้วล่ะ รออยู่แบบนี้ กว่าฝนจะหยุดคงอีกนาน” พีพยักหน้าเห็นด้วย..กางร่มแล้วค่อยๆ เดินกลับมาด้วยกัน ดีที่ร่มคันใหญ่เลยไม่ค่อยมีปัญหาในการเดินด้วยกันในร่มคันเดียวเท่าไรนัก ผมเป็นคนถือของ ส่วนพีเป็นคนถือร่มเพราะเขาสูงกว่าผม...

กว่าจะถึงบ้านเช่าก็ใช้เวลาพอสมควร เพราะฝนที่ตกแบบไม่หยุด ทำให้เราเดินกลับกันช้ามาก พอถึงหน้าบ้านพี ผมเห็นเอสนั่งรออยู่ที่ม้าหินหน้าบ้านด้วยสีหน้าไม่ค่อยพอใจ(?)

ก่อนพีจะเดินเข้าบ้าน ผม(ทำเป็น)รั้งแขนพีเอาไว้

“ครับ?” พีหันมาด้วยความสงสัย ผมกวักมือเป็นสัญญาณให้เขาก้มลงหน่อย พีก้มลงมา

“อย่าทำแผนพังนะ วันนี้นายต้องอดทนทำตามแผนไปก่อน ค่อยดูเหตุการณ์พรุ่งนี้อีกที อดทนหน่อยนะพี แล้วก็เอามือถือนายมาหน่อย” พีพยักหน้ารับคำ แล้วล้วงเอามือถือในกางเกงส่งให้ผม

ผมรับมากดเบอร์ตัวเอง แล้วก็เมมชื่อเป็นตัวอักษรที่ไม่สามารถอ่านเป็นชื่ออะไรได้ลงไป พีมองด้วยความสงสัย “55 จะได้อยากรู้ซะให้ตายไปเลยไง ว่าชื่ออะไร 555+ เดี๋ยวพอพี่เข้าบ้านไปสักพักจะโทรหานะ (ยิงเบอร์เข้าเครื่องตัวเองเรียบร้อย) แกล้งวางมือถือไว้ข้างนอกล่ะ เข้าใจ๊” ผมยิ้ม

“เครครับ” พีตอบผมขำๆ

“ถ้าเขาถามว่าพี่เป็นใคร ก็บอกแค่ว่า ‘เพื่อน’ นะ ไม่ต้องบอกอะไรมากกว่านั้น แล้วก็ทำเป็นไปอาบน้ำซะ” พีพยักหน้า แล้วก็ยื่นร่มให้ผม จากนั้นเขาก็วิ่งเข้าบ้านไป

ผมเดินต่อมาสักพักก็ถึงบ้านเช่าของผมเอง เก็บของอะไรเรียบร้อยแล้วรอเวลาสักพัก ฝนเริ่มเบาลงเยอะแล้ว ผมหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก...สายแรก ไม่มีใครรับ

“...ไม่กล้ารับสินะ” โทรอีกรอบ รออยู่สักพักก็มีคนรับ แต่นั่นไม่ใช่เสียงพี

“ฮัลโหล ขอโทษนะครับ พีอาบน้ำอยู่ ไม่ทราบจะให้บอกว่าใครโทรมาครับ”

“ไม่เป็นไรครับ บอกให้เขาโทรกลับมาด้วยก็พอ” ผมตอบพยายามทำเสียงเรียบๆ (กลัวหลุดขำน่ะครับ ก็มันเป็นอย่างที่ผมคิดเลยนี่นา)

“...ครับ” เอสตอบกลับมาเหมือนน้ำเสียงจะขุ่นๆซะด้วย แล้วผมก็กดวาง ไม่เกิน 10 นาทีพีก็โทรมาหาผม

“นายอยู่ตรงไหนของบ้าน” ผมถามเขาทันทีที่กดรับ

“ตรงห้องโล่งชั้นล่างครับ” พีตอบ

“หาที่ที่มันเลี่ยงๆ ที่คุยกันได้โดยเอสไม่ได้ยินหน่อยสิ ไม่งั้นก็เข้าห้องนอนนายไปเลย”

“ได้ครับ” สักพักผมก็ได้ยินเสียงประตูปิด

“อยู่ในห้องแล้วครับ”

“เมื่อกี้เป็นไงบ้าง เล่ามาๆ” ผมพูดน้ำเสียงอยากรู้สุดๆ จนพีหลุดขำออกมาเสียงดัง

“55+ ก็ตามที่บอกไว้เลยครับ”

“นั่นไง กะแล้ว 555+” ดีใจซะเต็มที่จนพีก็ขำตามผมไปด้วย

“ทำไมพี่ถึงรู้ล่ะครับว่าเขาจะถาม” พีหยุดขำแล้วถามด้วยเสียงเบาลง(กลัวคนนอกห้องได้ยิน)

“ก็นะ ถ้าเป็นไปตามที่พี่คิดไว้ ยังไงเขาก็ต้องถาม ไงก็อดทนวางมาดไปอีกสักวันก่อนนะน้อง วันเดียวมันยังไม่ชัวร์หรอก” ผมเก๊กทำเสียงแบบผู้หยั่งรู้ทันที (จริงๆ ไม่ได้รู้อะไรหรอก555+)

“ครับ” พีตอบด้วยเสียงที่สดใสขึ้นมาก

“ 55+ งั้นก็...พรุ่งนี้เช้า เจอกันตามแผนนะครับ” ผมขำ

“เครครับ ฝันดีครับ” พียังอุตส่าห์มีมารยาทฝันดีผมด้วย

“พี่น่ะอาจจะฝันดี แต่นายน่ะ ระวังฝันร้ายร้ายนะคืนนี้ 5555+” ขำเต็มที่มาก ได้แกล้งเด็ก

“โธ่ ไหงงั้นล่ะครับ” พีตอบน้ำเสียงนอยด์ๆ

“55+ แค่นี้แหละๆ พรุ่งนี้เจอกัน” ผมรีบเลี่ยง เดี๋ยวไอ้นิสัยชอบแกล้งคนอื่นมันจะกำเริบ 555+

“ครับ” พีตอบ ผมก็กดวางทันที...พรุ่งนี้มาลุ้นกัน ^^

วันนี้เป็นวันที่ผมตื่นเช้ากว่าปกติ เพราะมี ‘ภารกิจสำคัญ’ 55+ วันนี้ไม่เอารถไปเองครับ มีสารถี หึหึ..

ผมเดินออกจากบ้านแล้วเดินมายืนรอที่หน้ารั้วบ้านพี ไม่นานพีก็เดินออกมา(แต่งชุดนิสิตเรียบร้อยเลย) เอสเดินตามพีมาติดๆ แต่ยังคงอยู่ในสภาพที่น่าจะเป็นชุดนอน พอเขาหันมาเห็นผมก็ชักสีหน้าแล้วดึงแขนพีไว้ทันที

“พีจะไปไหนหรอ วันนี้มีเรียนบ่ายไม่ใช่หรอ” พีเงียบ แล้วดึงแขนตัวเองออกจากมือเอส เอสดูจะงงกับท่าทางของพีมาก พีหันกลับเพื่อจะเดินมาที่รั้วหน้าบ้าน อีกไม่กี่ก้าวพีก็จะถึงรั้วแล้ว เอสก็มาดึงแขนพีไว้อีกรอบ

“พี...ใครหรอ” เอสหันมามองผม ผมยิ้มให้เขา พีหันไปแกะมือเอสออก

“เพื่อนน่ะ วันนี้เอสไปกะเพื่อนของเอสแทนละกันนะ พีคงไม่ได้กลับมารับ” พีเข็นรถออกมาที่ถนนหน้าบ้าน หันมาพยักหน้าให้ผม พอเขาสตาร์ทรถผมเลยขึ้นไปนั่งซ้อน สีหน้าที่เอสมองมันดูเหมือนไม่เข้าใจ หรือปวดใจกันแน่ ผมไม่อาจเดาได้

พอรถออกตัวไปผมก็ได้แต่จับบ่าพีไว้(ขับรถซิ่งจริงๆ) ออกมาจากปากซอยสักพักผมก็บอกพีให้ไปแวะร้านโจ๊กที่ผมเคยไปกินในตลาด พอถึงร้านเราก็หาที่นั่งเหมาะๆ สั่งโจ๊กกันคนละชามเรียบร้อย

“...ไหง ทำหน้างั้นล่ะครับ 55” ผมอดแซวไม่ได้จริงๆ พอออกจากตัวบ้านมาพีก็มีสีหน้าแบบ ‘ฉันขอโทษนะ’ ตลอดเลย...รักมากสินะ ผมล่ะอิจฉาจริงๆ แฮะ

“โธ่ พี่ครับ ตอนนี้ความรู้สึกสึกผิดจุกอยู่เต็มอกผมแล้วเนี่ย” พีโวยทันทีที่เห็นผมขำ

“5555 เอาน่าๆ ทนหน่อยๆ แต่พี่ไม่คิดว่านายรู้สึกผิดเลยนะ แสดงได้แนบเนียนขนาดนั้น 555555+” หัวเราะเต็มที่เลยครับ พีหน้าบูดเลยครับผม

“อ่ะๆ ไม่ล้อละ ไม่ล้อ” ผมยังยังนั่งยิ้มขำอยู่ดี กินโจ๊กกันเสร็จ พีก็ขับมาส่งผมที่หน้าคณะที่ผมต้องมาเรียน

“10 โมงมารับด้วยนะครับคุณสารถี เดี๋ยวจะพาไปที่ดีๆ” ผมยิ้