7_z_DragoN View my profile

Prince of DREGO [Part 8]

posted on 13 Apr 2013 23:31 by kuro-hozu in Prince

Tittle : Prince of DREGO
Couple : U-Know-Hero,Micky-Xiah,Max-Ricky
Level Rate : NC 17+
Writer : HozuYuyooN

 

Prince of DREGO

 

***เรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการ(บ้าบอ)ของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับชีวิตจริงของบุคคล 
และสถานที่ที่มีชื่ออยู่ในเรื่องทั้งสิ้น***




Part 8 : Hope, Believe, Faith and Promise



พระจัทร์เสี้ยวสวยงามลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าในคืนที่เงียบสงัด มันเป็นภาพที่สวยมาก
แต่ถ้าต้องมายืนมองอยู่คนเดียวนานๆ มันก็ไม่ได้ทำให้คนมองรู้สึกดีเลยสักนิด...

"เฮ้อออออ" เสียงถอนหายใจรอบที่ร้อยได้แล้วหลังจากต้องมายืนอยู่ตรงนี้เกือบครึ่งช่วงเวลา(3 ชม.)
แต่ขาเรียวก็ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ เพราะแค่หวังว่าเขาจะเจออีกคน.. คนที่เป็นสาเหตุให้เขาต้องมายืนอยู่ตรงนี้ ...
หวังว่าทุกอย่างจะกลับเป็นแบบเดิมได้ในวันนี้.. เป็นความหวังของเขาตอนนี้...


"หนาวจัง..." มือบางเริ่มเอามือถูไปมาตามท้องแขนตนเองเมื่ออุณหภูมิเริ่มต่ำลง
และดูเหมือนผ้าคลุมผืนบางของเจ้าตัวจะไม่ได้ช่วยให้อุ่นขึ้นเลยสักนิด ...
ใครจะคิดเล่าว่าต้องมายืนนานขนาดนี้...


ช่วงเวลาไร้แสงทางด้านหลังปราสาทขาวที่มีทะเลสาบอยู่ใกล้ๆ อากาศเลยจะยิ่งมีทั้งความชื้น
และความเย็นมากกว่าบริเวณอื่นๆ รอบปราสาท
 

ขาเรียวเริ่มทรุดนั่งลงพิงกำแพงหินขาว ห่อขา และตัวเข้าหากันจนแทบจะดูเหมือนก้อนกลมๆ ของอะไรสักอย่าง
ลมหายใจกลายเป็นไอลอยไปในอากาศ ใบหน้าเรียวซุกลงกับเข่ามากขึ้น ...
ด้วยความล้าจากการยืนมานานทำให้เปลือกตาเล็กเริ่มจะปิดลงทีละน้อย


".....นายมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้" เสียงกังวาลของตัวต้นเหตุที่ทำให้คนตัวเล็กต้องมาอยู่ตรงนี้ดังขึ้น
เปลือกตาที่กำลังจะปิด เปิดขึ้นมาอย่างเต็มตา มองตรงไปที่หน้าร่างสูงที่นั่งย่อตัวลงมา
ทำให้ใบหน้าเสมอกับตน ... รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนหน้าเรียวในที่สุด
 

"รอแม็ก" ตอบออกไปแบบแทบไม่ต้องคิด และก็ทำเอาคนตรงหน้าอึ้งไปได้เหมือนกัน
 

"รอฉัน?" แม็กดูเหมือนจะยิ่งงงกับคำตอบที่ได้รับจึงได้แต่ถามกลับไปอีกรอบ
และได้คำตอบกลับมาด้วยการพยักหน้าแรงๆ จากร่างบางตรงหน้า

"....." พูดอะไรต่อไม่ออก ได้แต่ส่ายหัวอย่างเอือมๆ แม็กยืนขึ้นเต็มความสูง
ยื่นมือส่งให้อีกคนที่ดูเหมือนแทบจะนั่งเป็นก้อนกลมได้ ถ้ามองจากที่ไกลๆ
คงไม่มีใครสังเกตเท่าไรนัก เพราะขนาดตัวเขาเองถ้าไม่รู้สึกว่า"ก้อนกลม" มันขยับเองได้
เขาคงไม่คิดว่าเป็นคน - -"

มือเล็กยื่นมาจับ และดึงตัวเองขึ้นตามแรงของอีกคน
 

"...นายมารอฉันทำไม" แม็กถามออกไปเมื่อเห็นว่าอีกคนยืนขึ้นปัดเนื้อปัดตัวเรียบร้อยแล้ว

 
"ผมอยากคุยกับแม็ก" พูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 
"ก็คุยกันเกือบทุกวันอยู่แล้วนี่" ขายาวเริ่มออกเดิน โดยมีอีกคนรีบเดินตามมาติดๆ

 
"ไม่ใช่คุยแบบนั้นอ่ะ.." ร่างเล็กพูดขัด ใบหน้าเรียวเริ่มบูดบึ้ง ..ทำไมไม่เข้าใจสักทีนะ..

 
"แล้วแบบไหนล่ะ" แม็กไม่ได้หันไปมอง แต่ก็พอจะรู้จากน้ำเสียงของอีกคนว่าจะทำหน้าตายังไง

 
".....แม็กจะไม่คุยกับผมแบบเมื่อก่อนแล้วเหรอ" ร่างเล็กถามออกไปในที่สุด

 
"...เมื่อก่อน?" ทำเป็นไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจ ...ทำไงได้ เขามันคนหัวแข็ง...

 
"ตอนนี้...แม็กไม่แม้แต่จะเรียกชื่อผมด้วยซ้ำ" ร่างเล็กก้มหน้าลง นึกย้อนถึงช่วงเวลา
เกือบ 3 เดือนที่ผ่านมา ..ที่ไม่มีชื่อเขาหลุดรอดออกมาสักคำจากปากร่างสูงตรงหน้า...
น้ำใสๆ เริ่มปริ่มขึ้นมาในดวงตาเล็ก..

 
"........"

 
ไม่มีคำตอบใดๆ จากร่างสูง มันยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่ลง "...ผมเข้าใจแล้ว" ร่างเล็กหยุดเดิน
น้ำใสไหลออกมาจากตาเรียวในที่สุด 
 

"...." มันทำให้อีกคนถึงกับอึ้งเมื่อหันไปเห็น เขาเคยเห็นริกกี้ร้องไห้มาแล้วก็จริง
แต่...ไม่ใช่ด้วยสายตาที่หม่นหมอง และฝืนยิ้มแบบนั้น
 

"ผม...ผมขอโทษนะ ขอโทษจริงๆ ขอโทษในทุกๆ อย่างที่ผมทำให้แม็กเดือดร้อนมาโดยตลอด...
ผม ..จะไม่ทำให้แม็กเดือดร้อนอีกแล้วล่ะ...ขอบคุณสำหรับทุกอย่างนะครับ แม็กเป็นครูที่ดีที่สุดที่ผมเคยมี
.....ลาก่อนครับ" ริกกี้ก้มหัวลงไปเกือบครึ่งตัวให้กับอีกคนที่ดูเหมือนจะยืนนิ่งจนเหมือนไม่รับรู้อะไร ...
แท้จริง แล้ว ร่างสูงกำลังตกใจกับถ้อยคำต่างๆ ที่ได้ยินจากน้ำเสียงที่สั่นเครือนั่น จนทำอะไรไม่ถูก
 


ริกกี้เดินผ่านแม็กไป แต่ก็ยังไม่ทันพ้นจากช่วงแขนยาวของอีกคนที่หันไปคว้าแขนเล็กไว้ ...
แม็กกึ่งลากกึ่งดึงแขนของอีกคนมาจากอีกทางที่ริกกี้หวังจะเดินไปในตอนแรก
ริกกี้ทำอะไรไม่ถูกได้แต่เดินตามแรงดึงของอีกคนไป...
 
 


-----------------------------------------------------------------------------------   



"พรุ่งนี้นายจะมางานไหม" เสียงใสถามอีกคนที่นั่งอยู่ไม่ไกลจากที่เขายืนอยู่ตอนนี้มากนัก


"นายอยากให้ฉันมาหรอ" ถามยียวนกลับ คิดว่าจะได้คำตอบที่ตนเองต้องการ แต่...
 

"นายเป็นลูกเชื้อพระวงศ์ ก็ต้องมาไม่ใช่หรอ" พูดออกไปด้วยใบหน้าใสซื่อ
เล่นเอาคนยียวนตอนแรกแทบตกจากขอบหน้าต่าง
 

"ฮะ ฮะ ฮ่าๆ.."มิคกี้อดขำกับท่าทางจริงจังไม่เข้ากับหน้าตาของร่างเล็กตรงหน้าไม่ได้...
ทำให้หัวเราะได้ทุกวันจริงๆ เลยนะ ถ้าฉันได้อยู่กับนายทุกวันแบบนี้ตลอดไป
ฉันเชื่อว่าชีวิตฉันคงไม่ต้องการใครอีกแล้วล่ะ ซีอา...
 

"นายขำอะไรนักอ่ะ ก็ฉันพูดเรื่องจริงนี่นา" ซีอายิ่งงงหนัก ...
ไม่ได้พูดผิดสักหน่อย ทำไมต้องขำด้วยล่ะ...

"^^...ฉันไม่ไปหรอก ฉันไม่ชอบที่ๆ มีคนเยอะๆ น่ะ" จริงๆ ไม่ใช่ไม่ชอบหรอกนะ
แต่จะให้องค์ชายปีศาจอย่างเขาไปเดินอยู่ในงานขององค์ชายแห่งปราสาทขาวมันก็กระไรอยู่
แล้วตัวเขาน่ะไม่ค่อยอยากยอมรับเรื่องนี้เท่าไหร่หรอก แต่เขาน่ะมันหน้าตาถอดจากพ่อ
ราชาปีศาจออกมายังกับลอกจากพิมพ์เดียวกัน แล้วใครมันจะไม่รู้มั่งล่ะว่าเขาเป็นลูกของราชาปีศาจน่ะ
เอ่อ.. ยกเว้นนายคนเดียวล่ะนะซีอา = =;
 

"น่าเสียดายอ่ะ งานน่าสนุกออก มีขบวนพาเหรดของชาวเมืองปาราสาทขาวที่จัดต้อนรับองค์ชายด้วยนะ
นานๆ จะมีงานแบบนี้ที นายไม่คิดจะดูมั่งเลยหรอ" ซีอายังคงพยายามพูดต่อโดยหวังว่าจะให้อีกคนเปลี่ยนใจ
...อยากให้มิคกี้ออกไปสนุกข้างนอกบ้าง ไม่เคยเห็นมิคกี้ออกไปไหนเลยนอกจากอยู่กับผมในห้องนี่
กับกลับบ้านที่เจ้าตัวไม่เคยยอมบอกว่าอยู่ที่ไหน อ้างว่าถึงบอกมาผมก็ไปไม่ถูกอยู่ดี
ก็พอรู้หรอกว่าผมน่ะมันชอบหลงทิศหลงทาง แต่ถ้าไม่บอกให้รู้ไว้บ้างมันก็เหมือนไม่รู้อะไรเลยอยู่ดีน่ะสิ
ถึงจะเพิ่งมารู้เมื่อไม่นานมานี้ว่ามิคกี้เป็นญาติกับริกกี้ แต่มันก็แค่นั้นเอง อยากรู้จักมิคกี้ให้มากกว่านี้
อยากให้มิคกี้ยิ้มเยอะๆ และยิ้มออกมาจากใจ เหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรก..
คงเป็นเพราะเจอกับมิคกี้ทุกวันมันเลยทำให้ผมเริ่มสังเกตเห็นว่า รอยยิ้ม  ของคนๆ นี้
เป็นเหมือนสิ่งที่เจ้าตัวพยายามที่จะ สร้าง มันขึ้นมาเพื่อปิดบังบางอย่าง ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร
แต่ผมอยากให้มันหายไป อยากให้มิคกี้มีรอยยิ้มที่แท้จริง  แต่ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงดี
เห็นว่าจะมีงานเทศกาลขึ้น มันคงจะน่าสนุก เลยอยากให้มิคกี้ไป อยากให้มิคกี้ได้สนุก และยิ้ม 
 

"งานเทศกาลน่ะ มองจากห้องนายมันก็เห็นนี่" มิคกี้มองออกไปทางด้านนอกจากขอบหน้าต่างทรงสูงที่ตนนั่งอยู่
 


"มันก็ใช่" ซีอาจนปัญญาจะพูดต่อ เพราะมันเป็นความจริงตามที่มิคกี้พูด
หอเวทย์ที่เขาอยู่เป็นจุดที่เรียกได้ว่าเป็นที่ๆ สูงสุดของปราสาทขาว
และเพราะปราสาทขาวตั้งสูงขึ้นมาจากเมืองของปราสาทเยื้องขึ้นมาทางภูเขาศักดิ์สิทธิ์
จึงพูดได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าห้องเขาเป็นจุดที่สูงที่สุดที่สามารถมองเห็นวิวได้รอบเมืองเลยก็ว่าได้
 


"แต่มันไกลนี่นา" ซีอายังพยายามต่อ
 


"นายทำไมถึงอยากให้ฉันไปงานนักล่ะ " มิคกี้เริ่มสงสัย ดูเหมือนซีอาจะพยายามเหลือเกิน
ที่จะบอกให้เขาไปร่วมงาน
 


"ฉันไม่อยากให้นายเบื่อ นายมาที่นี่ทุกวัน นายไม่เบื่อมั่งหรอ" คำพูดที่ซีอาหารู้ไม่ว่า
มันจะเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองในภายหลัง
 


"^^ ..จะเบื่อทำไมล่ะ ในเมื่อที่นี่ มี คนที่ชอบ อยู่ " ร่างสูงวางหลังสือในมือลงบนโต๊ะ
ขายาวเดินไปหาอีกคนที่กำลังสาระวนอยู่กับการหาหนังสือข้างชั้นติดผนังห้อง 
 

"คนที่ชอบ?" ซีอาทวนคำ หน้าอกซ้ายกระตุกวูบอย่างบอกไม่ถูก จนเจ้าตัวต้องยกมือข้าง
ที่มีหนังสือขึ้นทาบ และมืออีกข้างก็หยุดไล่ไปตามชั้นหนังสือเหมือนกัน ...
มิคกี้มีคนที่ชอบแล้ว? ทำไมผมไม่รู้เลยล่ะ...
 

"ใช่..^^"
 


"อ๊ะ! "
 


โครมมมม 
 


หนังสือในมือบางร่วงลงพื้น เพราะไอ้คำว่าใช่ของอีกคนที่มาพูดอยู่ใกล้หูเขาเกินไปแล้ว...



"นายเลิกเล่นแบบนี้สักทีได้ไหมมิคกี้" ซีอาก้มลงเก็บหนังสือ พยายามที่จะไม่มองหน้าอีกคนให้มากที่สุด...
สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นพยาน นี่ผมใจผมมันเต้นระรัวจนแทบจะกระเด็นออกมาข้างนอกอยู่แล้วนะ
ไอ้การกระทำแบบนี้ของมิคกี้มันทำผมเริ่มใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวมากขึ้นทุกที ทำไมกัน ไม่ได้
ผมต้องหยุดมัน มันจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก เพระามิคกี้มีคนที่ชอบอยู่แล้ว...


"....นายไม่ชอบให้ฉันทำแบบนี้ขนาดนั้นเลยหรอ" เสียงของซีอาจริงจังมากจนเขาแปลกใจ
มันไม่เหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาเลย


"ฉันเป็นผู้ชายนะ และอีกอย่าง...นายก็มีคนที่ชอบแล้วด้วย" ซีอาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
และไม่มองไปที่ร่างสูงที่เหมือนจะทำหน้าสลดลง แต่ประโยคสุดท้ายของร่างบาง
มันกลับเรียกรอยยิ้มให้ปรากฎบนใบหน้าคม
 


โครมมมมมม
 


"อ๊ะ! " หลังสือหลุดออกจากมือเล็กเป็นรอบที่สอง แต่คราวนี้เพราะมีแขน
ใครบางคนสอดเข้ามากอดร่างเล็กจากด้านหลัง
 

"มิคกี้! นายจะกอดฉันทำไมเนี่ย" พยายามขืนตัวเองออกจากการกอดรัดของอีกคน
แต่ดูเหมือนความพยายามนั้นจะสูญเปล่าเหลือเกิน เพราะยิ่งดันอีกคนก้ยิ่งกอดแน่นมากขึ้น


ใบหน้าคมก้มลงมา เสียงแหบกระซิบแนบใบหูเล็ก " ...ฉันกอดคนที่ฉันชอบ มันผิดด้วยหรอ"


"..!!!"



------------------------------------------------------------------  



....ผมกล้าสาบานได้เลยว่าตั้งแต่เกิดมาจนอายุจะ 20 ปีแล้ว
ผมยังไม่เคยเห็นอะไรที่แปลกขนาดนี้มาก่อนเลย!...
 

หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ยูโนว์นำมาให้แล้วนั่งรอไม่นาน ยูโนว์ก็เดินเข้าพร้อมกับของที่เหมือนจะเป็นตะเกียงไฟไว้สำหรับใช้เพื่อให้แสงสว่างในระยะที่ไม่กว้างเท่าไหร่นัก ผมไม่แปลกใจอะไรเพราะยูโนว์บอกไว้ก่อนแล้วว่าจะพาไปที่ป่าศักดิ์สิทธิ์หลังปราสาท มันมืดขนาดนี้แล้วก็ต้องใช้อะไรเพื่อให้แสงสว่างในการเดินทางเป็นธรรมดา แต่มีอีก 2 อย่างที่ยูโนว์ถือมาด้วยนั้นทำให้ผมสงสัย... ดาบประจำตัวเขา และย่ามหนังใบย่อมที่ผมไม่เคยเห็นเขาใช้มาก่อน..

 

“คงต้องรีบหน่อยนะครับ เพราะดูเหมือนวันนี้พระจันทร์จะขึ้นเร็วกว่าปกติ” ร่างสูงบอกกับอีกคนพลางยื่นผ้าคลุมตัวยาวให้

 

ฮีโร่ก็รับมันมาสวมทันที พลางเร่งเท้าตามอีกคนที่ดูเหมือนจะรีบเร่งเหลือเกิน จนเขาต้องเก็บคำถามที่อยากถามเอาไว้ก่อน

ทั้งสองคนเดินผ่านยามทางด้านหลังปราสาทมาอย่างเร่งรีบ หลังจากยูโนว์สั่งงานองค์รักษ์ที่เฝ้าประตูวังไว้เป็นที่เรียบร้อย

มือบางดึงผ้าคลุมเข้ากระชับกับตัวมากขึ้น เพราะอุณหภูมิภายในกับภายนอกปราสาทดูจะต่างกันเหลือเกิน แต่สำหรับยูโนว์นั้นอากาศดูจะทำอะไรเขาไม่ได้เลย เพราะเขาไม่ใส่เสื้อคลุมหรือผ้าคลุมอะไรเลยด้วยซ้ำ ชุดที่ใส่ก็เป็นเพียงชุดผ้าธรรมดาที่ไว้สำหรับใส่เวลาต้องออกมาทำภารกิจนอกปราสาท ใช้ในการปลอมตัวเพื่อสืบข่าวต่างๆ ภายนอกวัง

บรรยากาศนอกวังเป็นอะไรที่วังเวงจนผมเองก็บอกไม่ถูก ตั้งแต่เมื่อก่อนผมเป็นคนที่ไม่ชอบไปไหนมาไหนตอนกลางคืนเท่าไรนัก ทีโซลตอนกลางคืนเป็นอะไรที่อันตราย มีโจรที่หวังจ้องจะทำร้ายและชิงทรัพย์คุณอยู่มากมายตามซอกซอยต่างๆ เพื่อนร่วมชั้นสมัยเรียนมัธยมปลายเคยโดนทำร้ายจนเข้าโรงพยาบาลเพียงเพราะออกมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อไม่ห่างจากหอพักเขาเท่าไรนัก และไอ้โจรนั่นก็ได้เงินไปเพียงแค่สองพันวอน...พอได้รู้เรื่องแบบนี้ทำให้ผมยิ่งไม่คิดออกจากบ้านไปไหนตอนกลางคืนอีกเลย...แต่ที่นี่... มันต่างกันมากเลย...

บรรยากาศมันดูวังเวงก็จริง แต่พอมองรวมๆ โดยรอบ มันเป็นภาพที่สวยใช้ได้เลย ทางเดินที่ผมกับยูโนว์กำลังเดินกันอยู่เป็นเหมือนทางเดินที่ถูกใช้กันเป็นประจำ เพราะพื้นทางเดินที่ดูราบเรียบและอักแน่น ฝั่งซ้