7_z_DragoN View my profile

[SF] The way U are..

posted on 22 Aug 2011 23:25 by kuro-hozu in SF
Tittle : The Way U Are...
Couple : Yunho-Jaejung
Level Rate : NC 13+
Writer : HozuYuyooN
 
ฟิคเรื่องนี้แต่ขึ้นด้วยอารมณ์ชั่ววูบ ฮ่าๆๆๆ 
พอดีคิดพอร์ทเรื่องขึ้นมาได้เฉยๆ ตอนนั่งดู DVD คอนแรกของดงบัง 
กลัวจะลืม เลยรีบมาเขียนลงก่อน หากไม่ถูกใจ รึมีอะไรเพิ่มเติม ช่วยคอมเม้นต์ด้วยนะคับ ^^
 
------------------------------------------------------------------
 
 
02.30 AM.
 
 
ฟ้าวววววววววววววววววววว....
 
เสียงยานพาหนะแล่นผ่านตึกแถวกลางกรุงโซลด้วยความเร็วที่สายตาปกติคงมองไม่มีทางทัน
 
"จะรีบไปตายที่ไหนรึไง..."
 
เสียงทุ้มบ่นออกมาอย่างอดเสียไม่ได้ขณะนั่งหันหลังให้กระจกบานใหญ่ที่อยู่สูงกว่าพื้นของตึกสูง 47 ชั้น แต่ก็ยังได้ยินเสียงดังกล่าวแล่นเข้าหูอย่างชัดเจน
ไม่แปลกที่จะทำให้ต้องบ่น เพราะดูเหมือนคนๆ นี้จะต้องการสมาธิอย่างมาก เพื่อทำงานตรงหน้าให้เสร็จทันเวลา จนต้องอยู่โยงในห้องสีเหลี่ยมที่เหมือนจะกว้างไปถนัดตาเมื่อร่างนี้นั่งอยู่คนเดียว...
 
"เสร็จซะที..."
 
ผ่านไป 20 นาที ร่างสูงก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ทรงสูงที่ดูเหมือนจะนั่งสบาย แต่ถ้านั่งนานๆ ไป เป็นใครก็ต้องรู้สึกเมื่อยเป็นธรรมดา บิดตัวสองสามที แล้วยืนหันหน้าเข้าหากระจก สายตาทอดทองออกไปยังทิวทัศน์ข้างนอก ที่ตอนนี้ดูเหมือนจะไร้แววผู้คนเนื่องด้วยเวลาที่ดึกสงัด..
 
"ไปหาอะไรกินแล้วค่อยกลับละกัน.."
 
หันหลังกลับ แล้วขายาวๆ ก็ก้าวเดินไปยังที่ๆ ตั้งใจ
 
 
...
...
...
 
ผลั่ก!!
 
"โอ๊ยยย!"
"อ๊ะ!.. ขอโทษครับ เป็นอะไรไหม"
 
มือเรียวถูกยื่นออกไปให้คนที่เขาชนจนต้องลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้ากับพื้นที่ส่งสายตาแกมค้อนๆ มาให้นิดๆ แต่ก็ยื่นมือมารับ แล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ..แต่นั่นก็ํยังเตี้ยกว่าเขาอยู่ดีล่ะนะ
 
"นายจะรีบไปไหนรึไง เดินเข้ามาไม่ดูเลยน่ะ"
 
เสียงหวานนุ่มบ่นออกมาพลางปัดฝุ่นตามตัวออกด้วยบุคคลิกที่ไม่เข้ากับเสียงและใบหน้าของตัวเองสักนิดในสายตาร่างสูง
 
"ขอโทษนะ ผมไม่คิดว่าดึกขนาดนี้จะมีคนมาซื้อของน่ะ"
 
ตอบออกไปด้วยความสัตย์จริง แต่คนตรงหน้ากลับหันมามองหน้าเขาด้วยสายตาไม่พอใจนิดๆ
 
"นายยังมาได้ คนอื่นเขามามั่งไม่ได้รึไงนะ"
"....."
"ช่างเถอะๆ เถียงกันไปก็ไม่ได้ประโยชน์ อีกอย่าง ฉันกับนายคงไม่บังเอิญเจอกันอีกหรอกมั้ง บาย"
 
พูดเสร็จร่างเพรียวบางก็เดินจากไปทิ้งให้อีกคนยืนมองแบบงงๆ.. ก็นะ เขาไม่เคยโดนใครว่าใส่หน้าแบบนี้มาก่อนนี่นา จะอึ้งก็ไม่แปลกอะไรสักหน่อย
 
ฟ้าวววววววววววววววววววว....
 
เสียงรถที่ทำให้ร่างสูงหงุดหงิดเมื่อสักพักก่อนหน้านี้ดังขึ้นอีกครั้ง.. นายนี่เองหรอเจ้าของรถมอไซค์เสียงดังสนั่นเมืองนั่น.. สายตาเรียวมองตามรถมอไซค์ทรงรถแข่งคันสีแดงดำที่แล่นออกไปด้วยความเร็วสูง
 
".....หืม อะไรน่ะ?"
 
ก้มลงไปเก็บอะไรบางอย่างที่ดูเหมือนเจ้าของมันคงจะทำหล่นอยู่บนพื้นโดยไม่ได้ตั้งใจ
 
".. อืม คิม แจจุง งั้นหรอ... ที่อยู่นี่มัน..."
 
 
...
...
...
 
 
 
"ไปทำหล่นไว้ที่ไหนวะเนี่ย ... โว๊ยยยย ยิ่งไม่มีเงินจะกินข้าวอยู่แล้วนะเฟ้ยยย!"
 
ร่างบางบ่นพลางโยนข้าวของกระจาย จากที่ตอนแรกพยายามตั้งใจจะหาว่าตัวเองไปลืมวางกระเป่าตังค์อันมีค่าไว้แถวที่ทำงานรึเปล่า หาอยู่ 2 ชั่วโมงแล้วตั้งแต่เช้าอุตส่าห์รีบบึ่งมาตั้งแต่ไก่ยังไม่โผล่ ป่านนี้ก็ยังหาไม่เจอ.. ตรูไปทำหล่นที่ไหนวะ
 
"ใจเย็นดิพี่ แน่ใจแล้วหรอว่าไม่ได้หล่นระหว่างพี่ขี่รถน่ะ" เพราะถ้าหล่นตอนนั้น ให้มาหาที่นี่ให้ตายจ้างก็ไม่เจอหรอก
 
"พี่แน่ใจว่าไม่หล่นระหว่างทางหรอกชางมิน ก็ก่อนขี่รถพี่จะใส่เสื้อแข่งทับนี่นา มันจะหล่นได้ไงอ่ะ"
 
เสื้อแข่งค่อนข้างจะรัดกุมถ้ากระเป๋าตังค์มันหล่นออกมามันก็จะต้องอยู่ในเสื้อแข่งแล้วหล่นออกมาตอนเขาถอดเสื้อตอนอยู่ที่ห้องพักสิ แต่นี่มันไม่มีนี่นา...
 
"งั้นเอาไงล่ะครับ นี่ก็หาหมดทุกที่แล้วนะ "
"...เฮ้ออออออออ กินแกลบแน่เลยฉัน"
"พี่ก็.. มันคงไม่ถึงขนาดนะ..อ๊ะ!! ท่านประธาน ลงมาถึงที่นี่มีธุระอะไรรึป่าวครับ"
ชางมินยังพูดไม่จบประโยคดีก็หันไปเห็นบุคคลที่สามกำลังเดินตรงมาหาพวกเขาเลยต้องรีบออกไปไต่ถาม เพราะไม่คิดว่าเจ้าของ บ. จะลงมาเดินอยู่แผนกช่างแบบนี้โดยไม่มีเหตุผลแน่นอน
 
"ฉันมาหาคนในแผนกนายน่ะ ชางมิน"
"ใครหรอครับท่านฯ"
 
จากที่ตอนแรกไม่คิดจะสนใจ เพราะตนแค่ตำแหน่งเล็กๆ ไม่มีสิทธิ์จะไปพูดคุยกับระดับท่านประธานอยู่แล้ว จึงทำท่าจะหาของต่อ แต่ร่างบางก็ยืนขึ้นเต็มความสูง แล้วหันไปตามเสียงที่เหมือนจะเคยได้ยิน .. ใช่จริงๆ ด้วย ซวยแล้วไงตรู เมื่อคืนเสือกไปต่อปากต่อคำกับเจ้าของ บ. ซะงั้น ว๊ากกกกกกกกก จะมาเล่นงานป๋มหรอครับ ป๋มขอโต๊ดดดด เมื่อคืนผมไม่ได้ตั้งใจ ใครจะรู้ล่ะว่าคุณจะเป็นเจ้าของ บ. ผมซะงั้นอ่ะ ซวยซ้ำซ้อนไรขนาดนี้วะตรู..TT^TT
 
ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าร่างบางที่ตอนนี้ดูเหมือนจะหน้าถอดสีซะแล้ว
 
"ว่าไง คิม แจจุง รู้สึกเราจะบังเอิญเจอกันอีกนะครับ"
 
จุดยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากหยัก น้ำเสียงทุ้มดูร่าเริงซะเหลือเกิน แต่มันกลับทำเอาคนตรงหน้าอยากจะเอาตัวแทรกแผ่นดินหนี
 
"คะ.. ครับ"
 
แจจุงไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่พูดตอบรับออกไปแบบแกนๆ แล้วยืนก้มหน้ามองพื้น
 
"ท่านประธานรู้จักพี่แจจุงด้วยหรอครับ"
 
ชางมินมองเหตุการณ์อยู่นานจนเกิดความสงสัยจึงถามขึ้น
 
"ฉันบังเอิญเจอเขาเมื่อคืนน่ะ ... ตอนนี้อยู่กันแค่นี้ไม่ต้องเรียกฉันเป็นทางการขนาดนั้นก็ได้นะชางมิน"
"ครับ รุ่นพี่ยุนโฮ"
"รุ่นพี่ยุนโฮ? อ๊ะ!"
 
เสียงหวานหลุดถามออกมาอย่างสงสัยแล้วก็ต้องก้มหน้าลงอีกครั้ง เมื่อร่างสูงตรงหน้าหันมามอง
 
"ฮะๆ"
 
ยุนโฮหลุดขำออกมาน้อยๆ อย่างช่วยไม่ได้ ชางมินเลยหันไปอธิบายกับแจจุงซะเอง
 
"พี่ยุนโฮเป็นรุ่นพี่ผมที่มหาลัยที่ฝรั่งเศสน่ะครับ ผมได้พี่เขาช่วยไว้เยอะ ที่ผมได้มาทำงานใน บ. นี้ก็เพราะพี่เขาอีกนั่นแหละครับ"
"อ้ออออ" แจจุงพยักหน้าเข้าใจ
"เพราะนายเก่งจริงๆ ฉันถึงดึงตัวนายมาต่างหากล่ะ ชางมิน ... อีกอย่าง เพราะงั้น ฉันเลยได้นักแข่งรถฝีมือดีเข้ามาใน บ. ด้วย ใช่ไหมล่ะ คิม แจจุง"
"อ๊ะ!!"
 
ใบหน้าเนียนขึ้นสีจัดจนต้องก้มลงพื้นไปอีกครั้ง แต่มันก็ไม่พ้นสายตาคนตรงหน้าที่ดูเหมือนจะพอใจเหลือเกินที่ได้แหย่ร่างเพรียวคนนี้
 
"...ตกลงรุ่นพี่มีอะไรธุระสำคัญรึเปล่าครับถึงลงมาถึงนี่"
 
ชางมินถามขึ้นเมื่อเห็นว่ายุนโฮไม่พูดธุระสักที เอาแต่แหย่พี่ชายเขาอยู่นั่นแหละ ทั้งๆ ที่ปกติมีธุระอะไรก็โทรมาตามเขาขึ้นไปหาที่ห้องแท้ๆ
 
"อืม.. เอ้านี่ ของนาย แจจุง"
 
หันไปพยักหน้า พลาางยื่นบางอย่างให้ร่างบางที่ยืนอยู่ไม่ไกลตนนัก
 
"อ๊ะ!! ขอบคุณครับท่านประธาน"
 
แจจุงยื่นมือไปรับกระเป๋าตังค์ของตนจากมือร่างสูง แล้วรีบก้มหัวขอบคุณเป็นการใหญ่...รอดตายแล้วตรู 
 
"ยุนโฮ ...ชอง ยุนโฮ คือชื่อของฉัน เรียกฉันแค่นั้นก็พอ แจจุง ฉันไปละชางมิน"
"ครับ?/ครับรุ่นพี่"
 
ร่างบางเอียงคอมองร่างสูงที่เดินจากไปอย่างสงสัย ไม่ต่างกับอีกคนที่มองที่ร่างบางสลับกับร่างสูงที่เพิ่งเดินไปอย่างสงสัยไม่แพ้กัน ... ปกติ พี่ยุนโฮไม่ค่อยเข้าไปตีสนิทใคร และบ่อยครั้งด้วยซ้ำไปที่ไม่ยอมให้ใครเรียกชื่อเฉยๆ นี่กลับบอกให้พี่แจจุงเรียกชื่อตัวเองเฉยๆ ซะงั้น... หึหึ ..ดูเหมือนจะมีอะไรที่น่าสนใจเกิดขึ้นซะแล้วสิ...
 
 
 
...
...
...
 
 
หลังจากวันนั้นก็มีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นจริงๆ ตามที่ชางมินคิด..
 
"เขาบอกพี่รึยัง"
"บอกอะไร?"
 
อยู่ๆ ชางมินก็หันไปถามแจจุงอย่างไม่มีปี่มี่ขลุ่ยทำเอาร่างบางหันไปมองอย่างงงๆ
 
"พี่ยุนโฮเขายังไม่บอกพี่อีกหรอว่าเขาชอบพี่อ่ะ" ถามเข้าเป้าจนอีกคนแทบหงายหลังก้นกระแทก
 
"ทำไมนายถึงคิดว่าเขาชอบพี่ล่ะ.." แจจุงพยายามถามกลับด้วยเสียงราบเรียบปกติเท่าที่ทำได้ ทั้งๆ ที่ในใจตัวเองก็เหมือนกลับแอบหวังกับการกระทำของร่างสูงอีกคนเหมือนกัน 
 
"พี่อย่ามาแกล้้งโง่น่า พี่ยุนโฮแสดงออกถึงขนาดนั้น ใครดูไม่ออกก็ฟายแล้วพี่ ปกติพี่ยุนโฮเขาทำแบบนี้กับใครที่ไหนล่ะ ผมรู้จักกับพี่เขามาตั้งแต่สมัยเรียนไม่เคยเห็นเขาสนใครเลยนะ เห็นแต่มีคนมาจีบพี่เขามากกว่า แต่สุดท้ายก็ถอยร่นกันไปหมด" ชางมินเริ่มสาธยายซะยืดยาว
 
"ทำไมล่ะ" พอได้ยินน้องพูดแบบนี้ก็ยิ่งทำให้เขาสนใจมากขึ้น
 
"ปราการพี่เขาแข็งจะตายไป ยอมสนิทกับใครที่ไหน พูดแทบนับคำได้ด้วยซ้ำถ้าไม่สนิทกันน่ะ อีกอย่างนะพี่เขาไม่เคยเริ่มทักใครก่อน"
 
"ขนาดนั้นเลยหรอ" ปกติเวลาคุยกันก็ไม่เป็นนี่นา..
 
"เพราะเวลาอยู่กับพี่แล้วพี่เขาไม่เป็นน่ะสิ พี่ถึงไม่รู้ตัวน่ะ" พูดออกไปเหมือนอ่านใจคนตรงหน้าได้
 
"คงงั้นมั้ง..."
 
"ว่าแต่ พี่เองเถอะ คิดกับพี่ยุนโฮเขายังไง"
 
"ไม่รู้สิ ... พี่ไม่แน่ใจน่ะ"
 
"อะไรกันพี่ คนดีแบบพี่ยุนโฮไม่มีอีกแล้วนะ พี่ลังเลอะไร"
 
"พี่ ... แค่คิดว่า มันคงไม่มีทางเป็นไปได้หรอก.. " เขาไม่อยากหวังจนเกินไป ยุนโฮกับเขาฐานะต่างกันเกินไป ถึงยุนโฮจะไม่เคยถือตัวกับเขาในเรื่องนั้นเลยก็ตาม แต่มันก็อดคิดไม่ได้ ... เขามันแค่นักแข่งกระจอกๆ จะไปอาจเอื้อมคบกับประธาน บ. ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ได้ไงกัน .. นี่ยังไม่รวมเรื่องที่เป็นผู้ชายเหมือนกันอีกนะ ..
 
คำพูดที่ร่างบางคิดโทษตัวเองในความคิด แต่มันกลับทำให้อีกคนที่ยืนฟังบทสนทนาในมุมหนึ่งอยู่เงียบๆ ตั้งแต่ต้น กลับคิดไปอีกทาง
 
... ผมทำให้แจจุงอึดอัดสินะครับ...
 
หัวใจบีบรัดจนแทบจะฉีกออกจากกันอยู่ในอกกับความคิดของตัวเอง.. ขายาวๆ ก้าวเดินออกไปในทางที่เดินมา ...
 
"....ทำไมพี่ถึงคิดแบบนั้นล่ะ"
 
ชางมินพูดขึ้นหลังจากที่เงียบมองร่างบางตรงหน้าอยู่นาน
 
"....."
 
"พี่ไม่มั่นใจในตัวพี่ยุนโฮขนาดนั้นเลยหรอ"
 
"เปล่า..."
 
"แล้วมันอะไร"
 
"... พี่กับเขา ต่างกันเกินไป"
 
"พี่ก็รู้ใช่ไหมว่าพี่ยุนโฮไม่เคยมองพี่แบบนั้น" 
 
แจจุงพยักหน้า
 
"พี่คิดแบบนั้น มันเท่ากับทำร้ายพี่ยุนโฮเขามากเลยนะ"
 
"......"
 
"เรื่องแบบนี้พี่คงต้องตัดสินใจเอง เพราะมันเป็นเรื่องของพี่ .. แต่ผมอยากจะเตือนพี่ไว้อย่าง การที่พี่ลังเล อาจจะทำให้พี่เสียใจทีหลัง และในหลายๆ ครั้ง เรื่องดีๆ มันไม่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอหรอกนะครับพี่..."
 
คำพูดที่เหมือนหนามเล็กๆ ทิ่มลงกลางใจทำให้ร่างบางเริ่มรู้สึกเจ็บๆ คันๆ แต่...มันคงจะไม่เจ็บแค่นี้อีกต่อไป..
 
 
...
...
...
...
...
 
 
"พี่เป็นอะไร ดูไม่มีสมาธิเลย อีก 2 ชม. จะแข่งแล้วนะ"
 
ชางมินพูดขึ้นเมื่อเห็นร่างบางนั่งอยู่บนม้านั่งตัวยาวข้างหลังช่องเตรียมความพร้อมที่ช่างกำลังเช็คสภาพรถอยู่ เหม่อมองไปไกลจนไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ใกล้ๆ ได้สักพักแล้ว
 
"...ไม่มีอะไรหรอก แค่มาผ่อนคลายอารมณ์น่ะ"
 
แค่หวังว่าเมื่อวานเขาจะตาฝาดไป..ที่เห็นยุนโฮนั่งกินข้าวอยู่กับผู้หญิง..
 
"เมื่อคืนได้นอนมั่งไหม"
 
"อืม..."
 
ตอบแต่สายตาไม่ได้หันไปหาคนถามสักนิดจนทำให้อีกคนเริ่มหงุดหงิด
 
"พี่ทะเลาะกับพี่ยุนโฮมารึไง"
 
ชางมินนั่งลงข้างร่างบาง ยื่นมือไปจับบ่าคนตรงหน้าแกมบังคับให้หันมาตอบคำถามตน
 
"เปล่าหรอก .. ช่วงนี้ยุนโฮไม่ค่อยมีเวลาว่างด้วยซ้ำ"
 
ใช่..ช่วงนี้ยุนโฮไม่ได้มาหาเขาแล้วตอนอยู่ที่ บ. เขาก็คิดแค่ว่ายุนโฮคงยุ่งๆ เพราะช่วงนี้ต้องเตรียมเซ็นต์สัญญากับหลายๆ บ. ที่จะทำโครงการใหญ่ร่วมกัน... โทรศัพย์ก็คุยกันแค่ไม่กี่คำ .. แถมยุนโฮก็ไม่ได้มากินข้าวเย็นฝีมือเขา ไม่มาหาเขาที่ห้องพักเลย..
 
... ไม่ทะเลาะกัน แต่ไหงหน้าเหมือนจะตายแบบนั้นล่ะวะ... ชางมินนั่งมองแจจุงอย่างไม่เข้าใจ ... เนี่ยน๊า แล้วบอกว่าไม่แน่ใจ ก็เห็นๆ อยู่ว่า รัก เขาไปแล้วแท้ๆ .. เฮ้ออออออ ความรักหนอ
 
 
...
...
...
 
"อีกรอบเดียวครับ ก็จะรู้ว่าใครจะเป็นฝ่ายชนะ ..ตอนนี้หมายเลข 5 คิมแจจุง ยังคงนำอยู่ครับ"
 
เฮ!!!!
 
เสียงโฆษกข้างสนามกำลังบรรยายการแข่งขันให้ผู้ชมทราบ..
 
 
"นี่จีฮเย ไม่ต้องเกาะแขนพี่ก็ได้ พี่รำคาญ"
 
ยุนโฮหันมาดุน้องระหว่างกำลังยืนมองการแข่งขันอยู่ในห้องกระจกที่อยู่ติดสนามสำหรับแขก VIP 
 
"อะไรกัน น้องสาวเกาะแขนพี่ชายหน่อยไม่ได้รึไงเล่า" 
 
ไม่ว่าเปล่า มือเรียวดึงแขนหนาเข้าหาตัวเองมากขึ้นกว่าเดิมอย่างที่ร่างสูงก็ขัดไม่ได้ ได้แต่ส่งสายตาดุๆ กลับไปปรามเท่านั้น
 
เอี๊ยดดดดด .. โครมมมมมม!!!
 
ร่างสูงหันกลับไปมองในสนามทันที หัวใจหวังว่าเสียงนั้นจะไม่ใช่เสียงของเจ้าของหัวใจของเขา .. แต่ เขาก็ต้องผิดหวัง ...แค่เห็นสีของรถแข่งที่ล้มอยู่กลางสนาม กับร่างบางที่กะเด็นไปอีกทางหัวใจก็แทบจะหยุดเต้น
 
"แจจุง!!!..."
 
เสียงเบาจนเหมือนคลางขาดห้วงไปในอากาศอันไกลโพ้น เพราะใจเจ้าของเสียงไม่อยู่กับตัว
 
"พี่ยุนโฮ!!"
 
จีฮเยตะโกนเรียกพี่ชายที่เหมือนไม่ได้สติกับภาพตรงหน้าจนน่าตกใจ ทั้งๆ ที่ปกติพี่ชายมักจะเป็นคนควบคุมอารมณ์ และแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้าได้ดีเสมอ แต่นี่พี่ชายเป็นอะไรไป ถึงจะเข้าใจว่านั่นเป็นนักแข่งในสังกัด บ. แต่พี่ชายก็เคยเห็นนักแข่งคนอื่นล้มมาตั้งหลายครั้งแล้ว พี่ชายยังไม่เห็นรู้สึกอะไรเลย...
 
"อืม...เดี๋ยวพี่คงต้องไป รพ. จีฮเยกลับไปก่อนนะ"
 
ยุนโฮได้สติก็หันไปบอกน้องแล้วเดินออกไปทันที .. 
 
"อะไรของเขาเนี่ย"
 
จีฮเยมองพี่ชายอย่างงงๆ ปนหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย แล้วก็เดินจ้ำอ้าวออกไปจากห้องอีกคน
 
...
...
...
 
 
โรงพยาบาล
 
 
"ร่างกายไม่เป็นอะไรมากครับ แขนขวาหัก พักสักเดือนก็คงหาย ส่วนอื่นๆ แค่ถะลอก กับบอบซ้ำเล็กน้อย ไม่เกินสัปดาห์ก็ดีขึ้นครับ"
 
"ขอบคุณครับหมอ" ร่างสูงสองคนก้มหัวขอบคุณหมอเจ้าของไข้ที่ก้มหัวรับแล้วเดินออกไปจากห้องพักคนไข้
 
"พี่ยุนโฮหิวไหมครับ พี่แจจุงยังไม่พื้น ผมว่าพวกเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่ามั้งครับ"
 
ตั้งแต่บ่ายที่พี่แจจุงแข่งยันตอนนี้จะค่ำแล้วเขายังไม่ได้กินอะไรเลย หิวจะแย่แล้วอ่ะ
 
"นายออกไปหาอะไรกินเถอะ พี่จะอยู่เฝ้าแจจุงเอง" พูดเสร็จก็เดินไปลากเก้าอี้ไปตั้งข้างเตียงร่างบางแล้วนั่งลงทันที
 
"ครับ งั้นเดี๋ยวผมซื้อกลับมาให้นะ" 
 
เมื่อเห็นว่ายุนโฮพยักหน้ารับรู้ชางมินก็เดินออกไปจากห้อง
 
"...ปกติ นายก็ไม่เคยประมาทนี่นาแจจุง นายเป็นอะไรไปนะ" มือเรียวยื่นไปเกลี่ยมผมบนใบหน้าเนียนให้ลงไปทัดข้างใบหูเล็ก
 
"อืม..." แจจุงเริ่มรู้สึกตัว จากสัมผัสของคนตรงหน้า แล้วค่อยๆลืมตาขึ้น
 
"นายฟื้นแล้วหรอ รู้สึกเป็นไงมั่ง" ถามออกไปด้วยน้ำเสียงห่วงใยจนใครฟังก็รู้สึกได้ .. แต่ภาพที่ปรากฏอยู่ในหัวร่างบางตอนนี้ กลับทำให้ไม่สามารถตอบรับความห่วงใยนี้ได้เหมือนเดิม
 
"ผมไม่เป็นไรมากแล้วล่ะครับ ท่านประธานกลับไปเถอะ" น้ำเสียงที่พยายามปรับให้เหมือนปกติแต่กลับสั่นอยู่น้อยๆ สายตาที่พยายามเสมองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้สบกับคนตรงหน้า
 
"....." ...ท่านประธานงั้นหรอ...หมายความว่าไง..แจจุงไม่เคยเรียกเขาแบบนี้เลยนะตั้งแต่วันที่เขาบอกวันนั้้น
 
เงียบไปสักพัก ร่างสูงก็ตัดสินใจพูดขึ้น
 
"ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น จนกว่าเราจะคุยกันรู้เรื่อง"
 
"ผมไม่มีอะไรจะคุยกับท่านประธานหรอกครับ ท่านประธานกลับไปหาคนของท่านประธานเถอะครับ" 
 
"พูดแบบนี้หมายความว่าไงแจจุง" คนของเขางั้นหรอ.. ใคร?...เดี๋ยวก่อนนะ ...อย่าบอกนะว่าที่แจจุงล้มเพราะเรื่องนี้น่ะ..
 
"....."
 
"นายกำลังเข้าใจผิด และเราต้องคุยกันให้รู้เรื่องด้วยแจจุง"
 
"ผมไมได้ขะ..."
 
"อ้าว พี่แจจุงตื่นแล้วหรอครับ เอ่อ.. ผมวางอาหารไว้ตรงนี้นะครับ ผมขอตัวกลับเลยนะครับพี่ยุนโฮ" พูดเสร็จชางมินก็ทำตามที่บอกทันทีโดยไม่รอให้คนบนเตียงหันมาทักท้วงสักนิด...อยู่ต่อก็ซวยสิครับ มองตาพี่ยุนโฮก็รู้แล้วครับ ขืนอยู่ต่อ ผมตายสถานเดียว .. โชคดีนะครับพี่แจจุง 
 
"....."
 
"คุณหึงผมงั้นหรอ?" เงียบกันอยู่สักพักตั้งแต่ชางมินออกไป ร่างสูงเลยเริ่มบทสนทนาซะเอง
 
"ผมจะต้องหึงอะไรคุณ เราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย" แจจุงเถียงกลับเสียงสูง
 
"แต่ที่คุณพูดมา มันก็บอกอยู่ชัดๆว่าคุณหึงผม" ยุนโฮพูดพลางจุดยิ้มอย่างอารมณ์ดี
 
"คุณกลับไปได้แล้ว"
 
"ผมไม่กลับ ผมจะปล่อยคนรักที่หึงผมได้น่ารักขนาดนี้กลับไปได้ยังไง"
 
"ใครเป็นคนรักคุณ คุณกลับไปหาคนของคุณได้แล้ว อย่ามาสนใจคนอยะ...อื้มมมม!" พูดยังไม่ทันจบประโยค กลีบปากบางก็ถูกครอบครอบด้วยปากหยักอย่างไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากหน่าจูบหนักหน่วงจนร่างบางหมดแรงต่อต้านเอาซะดื้อๆ เปลือกตาบางค่อยๆ ปรือลงตามอารมณ์ที่คล้อยตาม ปากหยักเริ่มละเร็มฝีปากบางอย่างโหยหาจนร่างบางเผลอเผยอริมฝีปากเปิดทางให้ลิ้นร้อนชื้นเข้ากวาดต้อนขโมยความหอมหวานทั่วปากอย่างอดไม่ได้
 
"อื้ออ...ฮ่า .. แฮ่กๆ"
 
เมื่อเห็นร่างบางเริ่มขาดอากาศพลางทุบลงที่ไหล่หนา ริมฝีปากหยักก็ละออกมาอย่างเสียดาย แต่ก็ยังคงดึงคนตรงหน้าเข้ามากอดไว้จนได้ยินเสียงหัวใจที่ประสานกันของทั้งคู่ ...
 
"ปล่อยเถอะครับ"
 
"จีฮเยเป็นน้องสาวผม คุณกำลังเข้าใจผิดนะรู้ไหม" ยุนโฮพูดแทรกร่างบางขึ้นมาเพื่อไม่ให้ร่างบางได้มีโอกาสถอยหนีจากอ้อมกอดของเขาตอนนี้
 
...เขาปล่อยร่างนี้ไม่ได้จริงๆ และเขาจะไม่ยอมปล่อยมันอีกแล้วแน่ๆ ..ถึงจะพยายามจะถอยห่างออกไปแล้ว แต่มันกลับยิ่งทำให้เขาทรมานอย่างบอกไม่ถูก การทำให้ร่างบางรู้สึกอึดอัดใจเขาก็เสียใจ แต่การไม่มีคนๆนี้อยู่ข้างกายเขากลับทรมานยิ่งกว่า.. เขารักแจจุงตอนไหน เขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ รู้แต่ว่าตั้งแต่ครั้งแรกที่พบกัน แค่ได้เห็นหน้าคนๆ นี้ มันก็ทำให้เขารู้สึกดีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ..
 
"...น้องสาวคุณงั้นหรอ ทำไมผมไม่เคยรู้ว่าคุณมีน้องล่ะ"
 
ดันตัวออกจากอกหนานิดหน่อยแต่ก็ยังอยู่ในวงแขนของคนตรงหน้า พลางเงยหน้าถามอย่างสงสัย
 
"จีฮเยกับผมโดนแยกกันเลี้ยงตั้งแต่เด็กน่ะ เขาไปอยู่กับครอบครัวทางแม่ ส่วนผมอยู่กับพ่อ .. มันเป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยอยากเล่านักหรอก ..ครอบครัวผม ...พ่อแม่ผมท่านแต่งงานกันด้วยธุรกิจน่ะ...."
 
สายตาที่แสดงออกมาเศร้าลงอย่างบอกไม่ถูกในสายตาคนมองถึงมือหนายื่นไปลูบหัวคนตรงหน้าอย่างเอ็นดูขณะพูด แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อร่างบางโผเข้ากอดเขาซะเอง
 
"ผมขอโทษนะ.."
 
นี่สินะถึงเป็นเหตุผลให้ยุนโฮมีบุคคลิกแบบนั้นในสายตาคนอื่นๆ ไม่ค่อยไว้ใจใคร เพราะใจเจ็บปวดมาอย่างมากมาย
 
"ผมรักแจจุงนะรู้ไหม แจจุงเป็นคนแรกที่ผมรัก และจะเป็นคนเดียวที่ผมรักตลอดไป เพราะฉะนั้นอยู่กับผมนะ เชื่อในตัวผม"
 
มือหนากุมมือบางข้างที่ไม่ได้เข้าเฝือกมาไว้กับอกตน พูดออกไปด้วยสีหน้าจริงจังจนร่างบางใจสั่น
 
"ครับ ผมก็รักยุนโฮนะ" 
 
ร่างบางโผเข้ากอดคนตรงหน้าอีกครั้ง ยุนโฮมองท่าทางแบบนั้นด้วยความเอ็นดู พลางจุดยิ้มที่มุมปากอย่างชอบใจ มือหนายื่นไปเชยคางใบหน้าเรียวขึ้น ก่อนจะมอบจูบอันแสนหวาน ที่เปรียบดั่งคำสัญญา...ว่าจะรัก และมั่นคงตลอดไป ไม่เปลี่ยนแปลง 
 
 
----------------------------------------------------------------------------
 
แถมๆ
 
"ถ้าแจจุงหายเมื่อไหร่ ผมจะพาไปแนะนำกับคุณพ่อนะ" ร่างสูงพูดออกมาเหมือนมันเป็นเรื่องธรรมดาเหมือนพูดเรื่องดินฟ้าอากาศ แต่...
 
"ห๊ะ!!" 
 
 
.........................
 
ชอบป่ะ???
 

edit @ 23 Aug 2011 04:38:54 by KuRo'Hozu

Comment

Comment:

Tweet

ก็โอเคนะ น่ารักดี

ชอบยัยแจแบบนี้แหละ

น่ารัก ถึงมันจะดูกระชับไปสักหน่อย

ก็มันเป็น SF นี่เนอะ 5555

#1 By meyj4ever (58.137.37.58) on 2011-08-24 11:35