7_z_DragoN View my profile

Prince of DREGO[Part 5]

posted on 28 May 2011 17:00 by kuro-hozu in Prince
Tittle : Prince of DREGO
Couple : U-Know-Hero,Micky-Xiah,Max-Ricky
Level Rate : NC 17+
Writer : HozuYuyooN
 
 
 
Prince of DREGO


***เรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการ(บ้าบอ)ของผู้แต่ง ไม่เกี่ยวข้องอันใดกับชีวิตจริงของบุคคล 
และสถานที่ที่มีชื่ออยู่ในเรื่องทั้งสิ้น***



Part 5 : Family?
 
“ในที่สุดเราก็ได้พบกันสักทีนะ ลูกชายผู้เป็นที่รักของข้า”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาเมื่อคนร่างเล็กมายืนห่างจากที่เขานั่งอยู่ไม่กี่เมตร 
แสงที่ส่องผ่านทางด้านหลังเขาทำให้คนที่ยืนอยู่ด้านหน้าไม่สามารถเห็นใบหน้าเขา
ได้ชัดเจนเท่าไหร่นัก ถึงจะพยายามที่จะเพ่งมองก็ตาม

“...ข้า...เป็นลูกของท่านจริงหรอ?”

นั่นเป็นคำพูดแรกที่หลุดออกจากปากคนตัวเล็กนับตั้งแต่เข้ามายืนอยู่ตรงหน้าชายดั่งกล่าว

“จริงสิ...สร้อยกางเขนดำนั่นสามารถยืนยันได้...เพราะถ้าเจ้าไม่ใช่ผู้มีสายเลือดเดียวกับข้า...
เจ้าจะไม่สามารถสวมมันได้แน่นอน...”

พูดตอบกลับไปด้วยเสียงที่เหมือนจะไม่ดังมาก แต่คนตรงหน้าก็สามารถได้ยินมันทุกถ้อยคำ
อย่างประหลาด และเมื่อคนตัวเล็กได้ยินดังนั้นมือขวาของตนก็เลื่อนไปกุมสร้อย
ที่อยู่ใต้เสื้อคลุมโดยอัตโนมัติ

“ทำไม....ท่านต้องทำแบบนี้ด้วย...ทำไมท่านต้องให้คนที่ไม่ใช่พ่อแม่แท้ๆ เป็นคนเลี้ยงข้า...
ทำไมท่านถึงไม่เลี้ยงข้าด้วยตัวท่านเอง...ทำไม?”

ยิ่งได้รู้ เหมือนร่างเล็กจะยิ่งคุมตัวเองไม่อยู่ เสียงใสๆเริ่มสั่น จะด้วยความโมโห...รึเสียใจ...
เจ้าตัวก็ไม่อาจทราบได้

...ทำไมถึงมาบอกเขาเอาป่านนี้ ทำไมไม่ปล่อยให้เขาอยู่แบบนั้นโดยไม่ต้องรับรู้อะไร 
ทำไมต้องให้เขามารับรู้ความจริงด้วย......ทำไม.......
ทำไมถึงทิ้งให้เขาอยู่กับคนอื่นที่ไม่ใช่’ครอบครัว’ จริงๆ....
 
เมทรัลมองร่างเล็กตรงหน้าด้วยสายตาที่แสดงถึงความเสียใจที่อยู่ภายในไม่น้อย 
แต่คนตรงหน้าเขาก็ไม่อาจจะเห็นมัน คำถามที่เหมือนจะกรีดลงไปในหัวใจอันเย็นชา
ของเจ้าแห่งปีศาจตนนี้เสมอมา คำถามที่เจ้าตัวเองก็ไม่อยากจะตอบมันสักนิด 
แต่ในเมื่อวันนี้มาถึงยังไงเขาก็ต้องพูดมันออกไปอยู่ดี

“........เพราะเจ้ามีสายเลือดของ’ชาวปราสาทขาว’อยู่ครึ่งหนึ่งน่ะสิ........”

คำตอบที่เหมือนฟ้าผ่าลงกลางใจของคนตัวเล็กจนแทบจะทำให้ทรุดทั้งยืน 
รวมทั้งร่างสูงอีกคนที่ยืนดูเหตุการณ์นี้มานานเช่นกัน

“มะ...”

“หมายความว่าไงพ่อ?!”

ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะถามออกไป เสียงแหบต่ำของร่างสูงอีกคนก็ถามขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างอยากรู้คำตอบ จากด้านหลังคนตัวเล็ก จนทำให้คนตัวเล็กตกใจหันกลับไปมองตามเสียงนั้น 
เพราะเขาไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ในห้องนั้นอีกนอกจากเขา กับคนตรงหน้า

“กลับมาแล้วหรอ...มิคกี้”
 
เมทรัลถามผู้เป็นลูกชายของตนด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนปกติ แต่มันเป็นสิ่งผิดปกติ
สำหรับร่างสูงที่กำลังเดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่อของตน

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนประเด็นเลยพ่อ ตอบผมมาเดี๋ยวนี้ -*- “

เมื่อเดินมาหยุดอยู่ตรงบริเวณเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ข้างๆ เก้าอี้ที่เมทรัลนั่งอยู่ 
ก็จ้องผู้เป็นพ่อ และพูดออกไปด้วยน้ำเสียงคราดครั้นอย่างต้องการคำตอบ

“อืม...นั่งลงสิ แล้วพ่อจะเล่าทุกอย่างให้ฟัง...เจ้าเองก็ควรนั่งดีกว่านะริคกี้ 
ยืนอยู่แบบนั้นนานๆ จะเหมื่อยซะเปล่าๆ...”

พูดพลางชี้ให้มิกกี้นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ตน จากนั้นจึงหันไปพูดกับคนตัวเล็ก
พลางชี้นิ้วไปบริเวณใกล้ๆกับที่คนตัวเล็กยืนอยู่

เปรี๊ยะ...กึก..ก....
 
เสียงเหมือนอากาศบริเวณข้างๆ ริคกี้แตกออกเล็กน้อย 
และปรากฏเก้าอี้ตัวใหญ่ที่ดูจะนั่งสบายสีครีมอ่อนขึ้นมาหนึ่งตัว

“พ่อ...ผมอยากนั่งเก้าอี้แบบนั้นมั่งอ่ะ”

อยู่ๆ ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆ เมทรัลเอ่ยออกมาอย่างไม่มีปี่มีขุ่ย พลางชี้ไปที่เก้าอี้
ที่ดูเหมือนจะนั่งสบาย พลางมองอย่างอยากได้ แต่อาการแบบนั้นกลับทำให้
อีกสองคนที่อยู่ในห้องเดียวกันจ้องมาที่ร่างสูงอย่างงุนงง

“ฮ่าๆๆ...ไอ้ลูกคนนี้นี่ แกน่ะนั่งเก้าอี้ของแม่แกไปเถอะ มันก็ใช่ว่าจะนั่งไม่สบายสักหน่อย”

ในที่สุดเมทรัลก็หลุดหัวเราะออกมา จากออาการเอาแต่ใจของลูกชายที่ดูเหมือน
มันจะไม่ค่อยเข้ากับสถานการณ์ตอนนี้เท่าไรนัก พลางขยี้ผมยุ่งๆ ของลูกชาย 
และดันให้นั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ตน 

แต่นั่นมันก็ทำให้บรรยากาศภายในห้องนี้ดูตรึงเครียดน้อยลง...
 
ร่างเล็กมีอาการงุนงงกับคำพูดของมิคกี้เล็กน้อย แต่ก็นั่งลงที่เก้าอี้ดังกล่าว 
พลางมองท่าทีของสองพ่อลูกตรงหน้าอย่างสงสัย.....นี่มัน’ปีศาจ’แน่หรอ?.....

“เอาล่ะๆ...พ่อจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้เจ้าทั้งสองคนฟัง แต่ก่อนอื่น...
ริคกี้ นี่คือมิคกี้พี่ชายต่างมารดาของเจ้า และเขาเป็นปีศาจสายพันธุ์บริสุทธิ์...”

เมื่อจัดการให้มิคกี้นั่งเรียบร้อย เมทรัลก็หันไปพูดกับริคกี้เพื่อแนะนำ
ให้รู้จักกับพี่ชายต่างมารดา

ริคกี้ก้มหัวให้ร่างสูงเล็กน้อย และได้รับรอยยิ้มตอบกลับมาอย่างไม่คาดคิด

ตัวมิคกี้เองเป็นคนที่ไม่ได้ถือเนื้อถือตัวมากมาย ทำตัวตามสบายแบบที่เคยเป็น 
เพราะตัวเองก็เคยได้ยินกิตติศัพท์พ่อตนมาไม่น้อย ในหลายๆ เรื่อง 
ยิ่งเรื่องความเจ้าชู้นี่ดังนักล่ะในหมู่ปีศาจ และตัวเขาเองก็ได้เชื้อพ่อมาไม่ใช่น้อย 
แต่เรื่องที่ทำให้เขาแปลกใจคือ พ่อเขาไม่เคยยอมรับว่าเด็กคนไหนเป็นลูกของตนเลยสักครั้ง
นับตั้งแต่มีเขามา ไม่ว่าปีศาจตนไหนจะมาอ้างว่าตนเองเป็นลูกก็ตาม

...แต่นี่มันยังไงกัน...อยู่ๆ ก็มาพูดว่านี่คือน้องชายต่างแม่ของเขา...
แถมนี่ยังไม่ใช่ปีศาจแท้ๆ ด้วย...ไอ้เราก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายหรอกนะ...
แค่อยากรู้ว่ามันเป็นไปได้ยังไง...แต่ก็ดีซะอีก มีน้องเพิ่มมาคน น่าสนุกดี...

“งั้นก็เข้าเรื่องเลยละกัน...เรื่องนี้มันก็ผ่านมาเกือบจะ 20 ปี แล้วนะ..........................”

............
 
...........

...........


###########################################



“เหนื่อยจังแฮะ...ไม่เคยรู้สึกสนุกแต่ก็เหนื่อยแบบนี้มาก่อนเลย”

เสียงหวานเอ่ยออกมาขณะเดินอยู่บริเวณทางเดินเท้าในสวนย่อมของ”ปราสาทขาว”
โดยมีร่างสูงเดินอยู่ข้างกาย...

“ทำไมล่ะครับ?”

ร่างสูงถามออกไปด้วยความสงสัย เพราะคิดว่าคนที่เพิ่งเข้าวัยรุ่นมาไม่นานอย่างร่างบาง
น่าจะผ่านเรื่องราวต่างๆ มากมาย ที่มันก็น่าจะมีเรื่องสนุกสนานรวมอยู่ด้วย

“ก็นะ...ฉันคิดว่านายก็คงรู้ใช่ไหมว่าฉันมีพลังพิเศษ”
 
ร่างบางหยุดเดิน และหันไปพูดกับร่างสูง ซึ่งร่างสูงก็ตอบกลับมาด้วยการพยักหน้าเล็กน้อย 
แสดงให้เห็นว่าตนรู้

“อืม...ก็นั่นแหละ...สำหรับที่นี่มันอาจไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร...แต่สำหรับโลกที่ฉันเคยอยู่น่ะ...
คนที่มีพลังแบบนี้ ถือว่าเป็นพวก’ประหลาด’…”

ร่างบางพูดต่อไป และก็มาเน้นเสียงที่คำสุดท้าย ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างสูงมีสีหน้างุนงงเล็กน้อย 

“................”

“ก็ที่นั่นน่ะ แทบทุกคน เขาไม่มีพลัง ’แบบนี้’ กันหรอก...นั่นคือ ‘คนปกติ’...
แต่ถ้าใครมีพลังพิเศษที่อย่างฉันมี...ก็จะกลายเป็น ‘คนประหลาด’ ....
ซึ่งไม่ดีเลยสักนิด เพราะถ้ามีคนรู้ว่าเรามีพลังอย่างว่า...เขาก็จะมองเราผิดเพี้ยนไปแทบจะในทันที ...
ฉันถึงต้องพยายามทำตัวไม่ให้ตัวเองเป็นจุดเด่น เพื่อไม่ให้ใครมาสนใจในตัวฉันไง...
และการทำแบบนั้น มันก็ทำให้ฉันไม่มี ‘เพื่อน’ เหมือนกัน....”

แต่ก็ไม่ทันที่ร่างสูงจะได้ถามอะไรออกไป เสียงหวานก็พูดออกมาเองเรื่อยๆ 
เหมือนคนที่อัดอั้นมานานได้ระบายเรื่องทุกข์ใจก็ไม่ปราณ...
และแววตาที่เคยสดใส ก็หม่นลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อพูดประโยคสุดท้าย 

“....ถ้างั้น....ให้ผมเป็นได้ไหมครับ....’เพื่อน’ ของพระองค์”
 
ร่างสูงเมื่อเห็นสีหน้าของร่างบางตรงหน้า ก็ไม่สามารถที่จะทนนิ่งเฉยอยู่ได้ 
จึงได้พูดประโยคดังกล่าวออกไป โดยที่จริงๆ แล้ว ตัวเขาก็ไม่ได้เข้าใจ
ความหมายของคำๆ นั้นเท่าไรนัก (ภาษา และคำบางคำสำหรับโลก และที่นี่ไม่เหมือนกันคับ )
แต่นั่นมันก็ทำให้ร่างบางตรงหน้าเขากลับมาสดใสได้อีกครั้ง

“อื้ม...นายเป็น เพื่อน คนแรกของฉันเลยนะ แล้วก็นะ เป็นเพื่อนกันน่ะ
เขาไม่เรียกศัพนามแทนกันแบบนั้นหรอก ฉันก็เคยบอกนายแล้วนี่ว่าฉันไม่ชอบ 
มันฟังดูตะหงิดๆ ยังไงๆ ไม่รู้...ฉันคิดว่านายก็คงอายุไม่ห่างจากฉันเท่าไหร่ 
เพราะฉะนั้นเรียกแค่ชื่อฉันก็พอแล้วเข้าใจไหม”

พูดไปก็ยิ้มไป แต่น้ำเสียงประโยคท้ายๆ ก็ดูเหมือนจะออกคำสั่งร่างสูงตรงหน้าอยู่กลายๆ 
อย่างที่เจ้าตัวเองก็ดูจะไม่รู้ตัว

“ครับ....ถ้าอยู่กันแค่สองคน ผมจะเรียกแค่ชื่อก็ได้ครับ แต่ว่าถ้าอยู่ต่อหน้าคนอื่นๆ 
มันจะเป็นการไม่เหมาะสม ผมก็จะไม่เรียกชื่อท่านเฉยๆ เพราะสำหรับที่นี่ 
การเรียกชื่อเชื้อพระวงศ์แบบนั้นถือเป็นการลบหลู่เบื้องสูง มีโทษเทียบเท่าประหารชีวิตครับ...
อยากให้ท่านได้ทราบไว้ก่อน อย่ากังวลเลยนะครับ เรื่องกฏระเบียบเกี่ยวกับที่นี่ทุกๆ อย่าง 
แม็กจะเป็นคนเรียนให้ท่านทราบในภายหลังครับ”

ร่างสูงตอบรับคำร่างบางพร้อมกับอธิบายเหตุผลเพื่อให้คนตรงหน้าเข้าใจ 
แต่นั่นก็ทำให้ร่างบางเสองสีหน้ากังวลออกมาอีกเมื่อได้ยินเหตุผลดังกล่าว 
แต่ร่างสูงก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านั้น

“อืม.....”

ร่างบางตอบกลับไปได้แค่นั้น....
 
ทั้งคู่เดินต่อมา จนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูไม้บานใหญ่ เป็นครั้งที่สองแล้วที่มาที่นี่ในวันนี้ 
ซึ่งในครั้งแรกดูเหมือนว่าผู้เป็นเจ้าของห้องหลังประตูบานนี้จะไม่อยู่

ก๊อก ๆ ๆ 

“ พระราชาเฮเว่นพะยะค่ะ กระหม่อมยูโนว์พาองคืชายฮีโร่มาเข้าเฝ้าพะยะค่ะ”

ร่างสูงเคาะประตูไม้เสร็จ ก็ยืนตรง และก้มหัวลง แล้วพูดด้วยเสียงดังฟังชัด

“เข้ามาสิ...”

พอเสียงตอบรับพูดจบ ประตูไม้ที่ดูจะทั้งหนา และหนัก ก็ค่อยๆ เปิดออก
โดยที่ไม่มีแม้กระทั่งเสียงเสียดสีกันเลยแม้แต่น้อย

ร่างสูงหันมาพยักหน้าเพื่อให้ร่างบางเดินเข้าไปก่อนตน...

ฮีโร่เดินมาหยุดอยู่กลางห้องที่ดูกว้างขวางอยู่ไม่น้อย 
ตัวเขาไม่เคยเห็นห้องที่ดูแข็งแกร่ง และอบอุ่นอยู่ในตัวของมันเองแบบนี้มาก่อน 
ของในห้องไม่ได้ตกแต่งอย่างสวยหรู หรืออลังกาลอย่างที่เขาจินตนาการไว้ 
ทุกอย่างภายในห้องจะเน้นที่สีขาวสว่างที่มองแล้วรู้สึกอบอุ่น 
ตัดกับสีทองที่ดูเรียบลื่นแต่เข้มแข็ง...
 
“เป็นอย่างไรบ้างลูกชายข้า...ฮีโร่”

เสียงกังวานเอ่ยทักเรียกให้ร่างบางได้สติ และหันไปมอง ณ บริเวณหลังม่านสีขาว
ที่ต้นเสียงดังออกมา พูดจบประโยคก็ปรากฏร่างสูงสง่าของชายวัยกลางคน 
ที่มีผมตรงยาวถึงกลางหลังสีน้ำตาลอ่อน ผิวขาวผ่องจนเหมือนจะเรืองแสงได้ 
นัยน์ตาสีเทาที่อาจจะมองแล้วดูเย็นชา แต่แววตาที่แสดงออกมากลับดูอบบอุ่น
อย่างสุดที่จะหาใดเปรียบ

“.......อ่ะ....เอ่อ....คือ...”

ฮีโร่มัวแต่ตะลึงมองลักษณะของชายตรงหน้าอยู่นาน 
และพอรู้ตัวก็เหมือนตัวเองจะลืมคำถามที่คนตรงหน้าเขาถามไปซะแล้ว

“หึ หึ....มานี่มา....มานั่งใกล้ๆ พ่อ....ให้พ่อได้เห็นหน้าเจ้าชัดๆ สักหน่อย”

เฮเว่นถึงกลับยิ้มขำกลับท่าทางของร่างบางผู้เป็นลูกชายตนที่ยังดูกระอักกระอ่วนอยู่ 
จึงพูดพลางกวักมือเรียกให้ร่างบางมานั่งลงข้างๆ ตน ที่โซฟาสีขาวตัวใหญ่ที่ตนนั่งอยู่ตอนนี้

“.......ครับ”

ร่างบางหันไปมองร่างสูงที่ยืนเยื้องอยู่ด้านหลังเขาอย่างลังเล 
แต่ร่างสูงก็พยักหน้าและยิ้มตอบกลับไป ร่างบางจึงรับคำ และเดินไปนั่งข้างๆ ผู้เป็นบิดาอย่างเก้ๆ กังๆ

“...งั้นกระหม่อมทูลลาพะยะค่ะ”
 
ยูโนว์เอามือขวาแตะอกซ้าย คุกเข่าลง และก้มหัวพร้อมกับเอ่ยประโยคนี้ออกไป 
เพราะคิดว่าตนคงจะหมดหน้าที่แล้วในวันนี้...แต่นั่นกลับทำให้ร่างบางมองด้วยแววตาหม่นๆ 
จนทำให้คนที่นั่งอยู่ๆ สังเกตได้

“เจ้าออกไปรออยู่ข้างนอกละกันยูโนว์ เมื่อถึงเวลาข้าจะเรียก ฮีโร่เพิ่งมาที่นี่แค่วันเดียว 
ข้าไม่อยากปล่อยให้เขากลับห้องเองเพราะอาจจะหลงได้ อีกอย่างเขายังไม่คุ้นกับใคร 
คงต้องให้เจ้าคอยดูแล....”

เฮเว่นหันไปพูดกับร่างสูงที่ยังคงคุกเข่าอยู่ ซึ่งเป็นท่าที่ต้องรอรับคำอนุญาต 
หรือคำสั่งจากผู้สูงศักดิ์ถึงจะสามารถยืนขึ้น และปฏิบัติตามคำสั่งนั้นๆ ได้

“...พะยะค่ะ”

เมื่อรับฟังคำสั่งเสร็จร่างสูงก็เอ่ยรับคำ รุกขึ้นยืน และหันหลังกลับเดินออกไปจากห้อง

“...พ่อมีเรื่องจะพูดกับเจ้าหลายเรื่องเหลือเกิน”

เมื่อยูโนว์ออกจากห้องไป เฮเว่นก็หันไปพูดกับร่างบาง พลางลูบผมอย่างเอ็นดู

ฮีโร่ยิ้มตอบกลับผู้เป็นบิดา เพราะรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาทางผ่ามือนั้น…..

…….

…….

…….

…….

…….


“อืม....ม....อ๊ะ.....อ๊า.....อ๊ะ!! นายอีกแล้วนะ เข้ามาในห้องนอนฉันได้ไงเนี่ย!!”


######################################
 
ติดตามต่อไปคับ ^^

Comment

Comment:

Tweet

อร้ายยยยย ติดแล้ว
เพิ่งรู้ว่าลืมล็อกอินเม้นเลยไม่ติด --"

งั้นวิ่งไปเม้นตอน 6 รวดเดียวนะ ^^
"ฮีโรกะปะป๊าเจอกันแล้ว^^"

#4 By tatsumic on 2011-09-04 20:46

เทสๆๆๆ

#3 By tatsumic on 2011-09-04 20:44

ม่ายต่อ..555+ open-mounthed smile

#2 By 7_z_DragoN on 2011-07-13 02:01

เฮ้ยพี่ไอ้ตอนสุดท้ายหมายความว่าไง อย่ามาทำงี้นะ มาทำให้ค้างแล้วอย่าชิ่งดิ! มาต่อๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

#1 By YunJae_Eternal on 2011-07-13 01:43